Welcome to Information and Communication Technology (ICT) ******** Welcome to Information and Communication Technology (ICT) ******** Welcome to Information and Communication Technology (ICT) ******** Welcome to Information and Communication Technology (ICT)

วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ไอซีที ร่วมจัดทำ ASEAN E-SERVICES ROADMAP

รองรับประชาคมอาเซียน


 

         กระทรวงไอซีที ในฐานะหน่วยงานหลักด้านไอซีทีของประเทศไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญของแผนแม่บทไอซีทีของอาเซียน จึงเข้าไปร่วมผลักดันการดำเนินงานในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้วยการริเริ่มเสนอแนวความคิดจัดทำแผนทิศทางการพัฒนาบริการอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน (ASEAN E-SERVICES ROADMAP) ซึ่งที่ประชุม ASEAN TELMIN ครั้งที่ 10 ได้เห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการจัดทำแผน โดยจะมุ่งเน้นไปที่การผลักดันให้เกิดการพัฒนาบริการอิเล็กทรอนิกส์          (E-SERVICES) ในประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ ให้สามารถเชื่อมโยงระหว่างกันเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์การ และภาคธุรกิจต่างๆ ซึ่งสอดรับกับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจของอาเซียนในปี 2558” นางเมธินี กล่าว 
          สำหรับแนวทางการดำเนินการนั้น จะเริ่มตั้งแต่การศึกษาและสำรวจสถานะการพัฒนาบริการอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รวมทั้งแผนการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศ สำรวจความต้องการบริการอิเล็กทรอนิกส์ในมุมมองของประชาชน และภาคธุรกิจ ตลอดจนศึกษาถึงประโยชน์ ความคุ้มค่า และปัจจัยเกื้อหนุนต่อการพัฒนาบริการอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่จะพัฒนาเป็นบริการร่วม (SHARED SERVICES) ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน 
          

         กระทรวงฯ ได้ทำการศึกษากรอบแนวทาง (FRAMEWORK) และกรณีศึกษาการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอื่นๆ อาทิ APEC EU ฯลฯ และนำข้อมูลมาใช้ประกอบการจัดทำ ASEAN E-SERVICES ROADMAP เพื่อเป็นแนวทางสำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนใช้ในการพัฒนาบริการอิเล็กทรอนิกส์ และบริการอิเล็กทรอนิกส์ร่วมระหว่างประเทศ โดยจะมีการเสนอแนะมาตรการในการส่งเสริม และจูงใจให้มีการพัฒนาระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาเนื้อหา (CONTENT) ตลอดจนการส่งเสริมให้ประชาชนและภาคธุรกิจในอาเซียนใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ร่วมด้วย ซึ่งการจัดทำ ASEAN E-SERVICES ROADMAP นี้ จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นอย่างยิ่ง” นางเมธินี กล่าว
สำหรับบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่จะสามารถพัฒนาเป็นบริการร่วมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนได้นั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ 1) บริการการเคลื่อนย้ายบุคคล (MOVEMENT OF PEOPLE) ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โดยการจัดทำ ROADMAP นี้จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบการอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายบุคคล ทั้งในด้านของการเคลื่อนย้ายแรงงาน ซึ่งปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียนได้มีการจัดทำความตกลงยอมรับร่วมกัน (MUTUAL RECOGNITION AGREEMENT: MRA) เพื่ออำนวยความสะดวกในการยอมรับคุณสมบัติของนักวิชาชีพ โดยมีการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพที่สำคัญร่วมกัน เพื่อการถ่ายเทแรงงานที่มีฝีมือได้โดยเสรีมากขึ้น ทั้งนี้การพัฒนาบริการอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยอำนวยความสะดวก โดยลดขั้นตอนและกระบวนการทางเอกสารในการเคลื่อนย้ายแรงงานในอาเซียน
          นอกจากนี้ในด้านการเดินทางระหว่างประเทศ การพัฒนาบริการอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจคนเข้าเมือง และลดปัญหาการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดเสรีการบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นๆ ทั้งในกระบวนการออกวีซ่าที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน การจัดทำ ASEAN SINGLE VISA รวมทั้งการส่งเสริมการตลาดร่วมกันเพื่อประชาสัมพันธ์อาเซียนในฐานะแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน (ASEAN SINGLE DESTINATION)
          2) การเคลื่อนย้ายสินค้า (MOVEMENT OF GOODS) ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน การจัดทำ ASEAN E-SERVICES ROADMAP จะมีส่วนสนับสนุนให้การพัฒนาระบบการอำนวยความสะดวกในการนำเข้า – ส่งออก ด้วยระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว หรือระบบ ASEAN SINGLE WINDOW ที่ในปัจจุบันได้มีการดำเนินการพัฒนาในประเทศสมาชิกอาเซียนหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย ให้สามารถขยายการพัฒนาไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ได้ครบทุกประเทศในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และการใช้ทรัพยากรต่างๆ อันเป็นการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งประเทศไทย เพื่อรองรับการเปิดเสรีการค้าของอาเซียน ในปี 2558


การแชร์ Internet << การ Set ระบบ Lan ให้ต่อเน็ตได้ 2 เครื่องของ WinXP >>

พื้นฐานการ Setting Network for MS Windows XP All Version Sharing with MS Windows XP All Version.

วิธีที่จะทำให้เปิดไฟล์แชร์กันได้และสามารถใช้ Internet ร่วมกันได้เป็นวง
1.ติดตั้งโดยปรับเครื่อง Server ให้เป็นแม่ข่ายซะก่อน 
ทำได้โดยทำตามภาพ  ที่ 
1.1 กดปุ่ม Start 
1.2 เข้าไปที่ Control Panel 
หรือจะกด ปุ่ม winkey+R แล้วพิมพ์ "Control" ก็ได้ครับเพื่อเข้าไปสู่ Control Panel 
1.3 มองหาไอคอน Network Setup Wizard แล้วดับเบิ้ลคลิ๊ก
(ถ้าเป็น standard view ให้กด 
--1. Network and Internet Connections 
--2. ลองมองหาจะเจอ Network Setup Wizard 
--3. กดดับเบิ้ลคลิกเข้าไปเลย)



อันนี้ของคนที่มีมุมมองแบบ Standard หลังจากกด 
ที่ Start --> Control Panel --> Network and Internet Connections 
แล้วจะเจออย่างนี้นะครับให้กด Network Setup Wizard เข้าไปเลย 
เพื่อตั้งค่าให้เครื่องที่ต่อเน็ต ADSLเป็น Server ก่อน

 

จะเจอหน้าต่าง Network Setup Wizard ขึ้นมาให้กด Next ได้



กด Next ต่อได้เลย



กดคลิ๊กที่ ปุ่มวงกลมด้านบนเพื่อเลือกตั้งให้เครื่องเราเป็น Sever



อธิบายโดยภาพ จากมุมมองใน View an example 
จะเห็นว่าที่ลูกศรชี้นั้นคือเครื่องของเราจะครบจะรับหน้าที่เป็นตัวแม่ข่ายหรือ Sever 
สำหรับการจัดการให้เครื่องลูกข่ายอื่นๆใช้งาน Internet ได้ และทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายสำหรับวง Network ด้วย



กด Next ไปต่อได้เลย



มาถึงขั้นตอนนี้แล้วคุณจะต้องเลือก รายการที่คุณใช้สำหรับการเชื่อมต่อไปสู่ Internet 
ถ้าคุณติดตั้ง ADSL แล้วจะเจอดังรูป มี 3 บรรทัดให้เลือก 
1. คือ รายชื่อของรายการ ADSL ที่ใช้เชื่อมต่อ Internet 
2. คือ รายชื่อของ Driver สำหรับ Modem ADSL ของคุณว่าคุณใช้รุ่นอะไรก็จะเป็นตามรายชื่อของรุ่นนั้น 
3. คือ รายชื่อของ Network ที่ใช้เชื่อมต่อกับวง Lan ของคุณ ใช้การ์ดรุ่นไหนก็จะได้รายชื่อของการ์ด



ให้เลือกที่ตัว ADSL ที่ปรากฎในรายชื่อที่คุณใช้ต่อนั้นเป็นหลัก ทำโดยเอาเมาส์ไปคลิก แล้วจะมีแถบสีทึบขึ้น หรือ Hilight นั่น ตามภาพเลย



เหมือนเดิมครับกด Next ไปตามขั้นตอนได้เลย



คราวนี้คุณจะเจอ 2 อันล่ะ 
เป็นขั้นตอนที่คุณต้องเลือกแล้วว่าจะเปิดให้ทำการแชร์ไปยังช่องทางไหนของการติดต่อที่คุณมีอยู่

อันที่ 1. คือ รายชื่อของ Driver สำหรับ Modem ADSL ของคุณว่าคุณใช้รุ่นอะไรก็จะเป็นตามรายชื่อของรุ่นนั้น 
อันที่ 2. คือ รายชื่อของ Network ที่ใช้เชื่อมต่อกับวง Lan ของคุณ ใช้การ์ดรุ่นไหนก็จะได้รายชื่อของการ์ด

คุณต้องเลือกล่ะ...



ให้คุณไปเลือกเอาอันที่ไม่ต้องให้เปิดทำการ Share ออกไป 
ที่เห็นคือผมเอา Local Area Connection 3 GlobespanVirata USB ADSL LAN Modem ออก เพราะเป็นตัว Modem ของ ASDL เองออก 
และให้คงเหลือไว้แต่ช่องทางของ การใช้ช่องทางในวง LAN เท่านั้น



จะได้ดังภาพ เหลือไว้แค่ช่องทางสำหรับเครือข่ายของคุณนะครับ 
แล้วก็กด --> Next 



จะเข้ามาพบหน้าต่างของการกำหนดชื่อของเครื่องของคุณ และก็คำอธิบาย ดังที่เห็นคือ

1. คือ คำอธิบายย่อย ๆ ของเครื่องของคุณ --> ไม่ต้องใส่ก็ได้
2. คือ ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ --> จำเป็นต้องใส่ อะไรก็ได้ที่ชอบ

ให้กรอกนะครับ ที่ต้องมีคือชื่อเครื่องของคุณในช่องที่ 2. 
ในที่นี้ผมใช้ว่า "CAT" คือชื่อเครื่อง และคำอธิบายเครื่องนี้คือ "catserver"

กรอกเสร็จแล้วกด --> Next



จะพบหน้าต่างที่ให้คุณกรอกรายละเอียดของชื่อ เครือข่ายของคุณ ใส่อะไรก็ได้ 
*** แต่ต้องจำไว้นะว่าค่านี้เครื่องลูกข่ายจะต้องเหมือนคุณทั้งหมด *** 

ค่าเริ่มต้นคือ MSHOME ในที่นี้จะเปลี่ยนไปเป็น "catserver" นะ
ในที่นี้ถ้าคุณไม่เปลี่ยนก็กด Next ได้เลย



ในที่นี้ถ้าคุณใช้ Microsoft Windows XP Service Pack 2 จะเจออีกหน้าต่าง 
แต่ถ้าคุณไม่ใช้จะไม่เจอนะ
เป็นหน้าต่างสำหรับการตั้งค่าการแชร์ไฟล์ในเครื่องของคุณต่อเครือข่ายซึ่งไม่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Internet สำหรับหน้าต่างนี้มีรายละเอียดดังนี้

1. คือ เปิดให้สามารถใช้ ไฟล์ข้อมูลและเครื่องพิมพ์ร่วมกันได้ 
2. คือ ปิดไม่อนุญาตให้ใช้ ไฟล์ข้อมูลและเครื่องพิมพ์ร่วมกัน 
ถ้าคุณจะเลือกอันไหนก็กดเลือกที่ปุ่มวงกลมได้เลย
*** ในที่นี้เราไม่อนุญาติ เพราะตั้งความปลอดภัยไว้ให้สูงก่อน อิอิ

เสร็จแล้วกด --> Next ได้เลย



และนี่เป็นหน้าต่างที่เครื่องจะแจ้งข้อมูลที่คุณได้ตั้งไว้นะ ถ้าทำถูกขั้นตอนก็ไม่ต้องสงสัย กด ---> Next ได้เลย



เครื่องจะทำการตั้งค่าตามที่ได้กำหนดไว้ ให้รอสักครู่



เสร็จ  มีให้เลือกหน้าต่างให้เลือกอีกแน่ะ 
ไม่ต้องตกใจครับ สำหรับหน้าต่างนี้จะเป็นหน้าต่างที่เตรียมการให้สำหรับการตั้งค่าไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆในเครือข่ายของคุณ ซึ่งเครื่องจะถามว่าคุณจะทำยังไง โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. คือ จะสร้างแผ่น Network Startup Disk ให้คุณสำหรับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ลงไดร์ฟ A: หลังจากคุณกด Next 
2. คือ จะใช้ แผ่น Network Startup Disk ซึ่งก็บอกว่าเรามีอยู่แล้ว 
3. คือ จะใช้แผ่น CD ของ MS Windows XP 
4. คือให้เสร็จสิ้นได้เลยเราไม่ต้องการจะใช้งานตัวช่วยแล้ว

สำหรับขั้นตอนของผมให้เลือก 4 ได้เลยไม่ต้องยุ่งยาก 
เสร็จแล้วกด --> Next ได้เลย



เสร็จล่ะ กด Finish ได้เลย



ถ้าเป็นกรณีลงเครื่องใหม่ จะให้รีสตาร์ท ก็กด OK ไป เครื่องก็จะรีสตาร์ทพอเริ่มมาใหม่ ก็จะใช้ได้ล่ะ เป็น Server ที่พร้อมจะปล่อย IP ให้เครื่องลูกแล้ว 
ถ้าเครื่องไม่แจ้งให้รีสตาร์ท ผมก็แนะนำให้ทำ เครื่องจะได้จดจำค่าใหม่ไม่งง


สำหรับเครื่องลูกให้ทำตามขั้นตอนแรก จนถึงขั้นตอนของ Reply #4 เปลี่ยนเป็นเลือกที่ เมาส์ชี้ เพื่อตั้งค่าให้เป็นเครื่องลูกข่าย



ภาพขยายเพื่อความเข้าใจใน View example จะเห็นว่าที่เมาส์ชี้และเขียนว่า This Computer คือเครื่องลูกข่ายจะทำหน้าที่รับข้อมูลจากโลก Internet ที่แม่ข่ายส่งมาให้ได้เลย (ตัวแม่ที่เราตั้งได้ทำหน้าที่เป็น Gate Way แล้ว)

ข้อมูลเพิ่ม
Gate Way คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คอยจัดสรรข้อมูลให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย



เหมือนเดิม เราตั้งแค่ชื่อเครื่องของเราก็พอสำหรับเครื่องลูกข่ายหรือ Client 
ถ้าไม่เข้าใจย้อนกลับไปดูใน Reply #14 
ในที่นี้เราตั้งว่าชื่อเครื่องลูกนี้ว่า "CAT-02" 
เสร็จแล้วกด --> Next ได้เลย



สำหรับขั้นตอนนี้ต้องตั้งให้เหมือนกันกับเครื่อง Sever ที่เราได้ตั้งไว้
ถ้าไม่เข้าใจให้ย้อนไปดูตาม Reply #15 
*** ค่าเริ่มต้นคือ MSHOME --- ตรงนี้คือชื่อของกลุ่มเครือข่ายของคุณ -- ต้องเหมือนกัน ***

เสร็จแล้วก็กด --> Next ได้เลย



ขั้นตอนนี้ถ้าใช้ MS Windows XP Service Pack 2 จะพบ ก็เลือกตามชอบถ้าไม่เข้าใจย้อนไปดูที่ Reply #16 
เสร็จแล้วกด -->Next ได้เลย



จะเข้าสู่หน้าจอการแจ้งข้อมูลที่เราได้ตั้งไว้
ให้ดูว่า Work Group ของเครื่องที่เราได้ตั้งไว้เหมือนกับเครื่อง Server ที่เราได้เซ็ทไว้ก่อน
เสร็จแล้วกด -->Next ได้เลย



เครื่องกำลังตั้งค่าให้...รอสักครู่



เหมือนกันกับขั้นตอนของ Server ที่ Reply #19  เราเลือกขั้นตอน 4 เหมือนเคย (Just finish the wizard) 

เสร็จแล้วกด --> Next ได้เลย



เสร็จแล้วกด Finish ได้เลย แล้วก็รีสตาร์ทได้เลย

จำไว้นะว่าเครื่องลูก Client หรือเครื่องแม่ Server เมื่อตั้งค่าแล้วควรที่จะต้อง รีสตาร์ทเครื่องเพื่อเปลี่ยนค่าของโปรแกรมเสมอ

เสร็จแล้ว มาดูวิธีการต่อกันล่ะ




การต่อ ไปที่ Start --> Connect to --> Show all Connections ตามภาพ



คุณจะพบว่าที่ Icon ของ ADSL เป็นรูปมือมาอยู่ที่ไอคอน ก็หมายความว่าเราทำสำเร็จแล้ว
เดี๋ยวไปปรับค่ากับเราอีกนิด



ให้คลิกขวาที่ไอคอนแล้วกดมาที่ Properties ตามภาพ



จะพบหน้าต่างนี้ล่ะให้ไปที่ แถบ Advanced 



จะพบเครื่องหมายถูกได้ถูกคลิกอยู่ที่ช่องที่ 1 และ 2 
มีรายละเอียดดังนี้
1. คือ อนุญาตให้เครื่องลูกข่ายที่เรียกการเข้าสู่ Internet สามารถเรียกการเชื่อมต่อได้อย่าง อัตโนมัติ -- ถ้าต้องการที่จะควบคุมเองที่เครื่องแม่ข่าย หรือ Server ให้เอาออก 
2. คือ อนุญาตให้เครื่องลูกข่ายสามารถควบคุมหรือยกเลิกการแชร์ได้ -- ถ้าต้องการที่จะควบคุมเองที่เครื่องแม่ข่าย หรือ Server ให้เอาออกเช่นกันค

ในความจริงแล้วเราไม่แนะนำให้เลือกสองช่องนี้ไว้ ด้วยเหตุทั้งปวงด้านความปลอดภัยและสมรรถนะของเครื่องให้ปิด

เสร็จแล้วก็กด OK ได้เลย เวลาจะใช้ก็ก็กดที่ไอคอนที่เราได้แชร์ไว้นั่น แล้วเครื่องลูกที่ต่อไว้จะใช้งานได้เป็นอัตโนมัติ 

เสร็จสิ้นทุกกระบวนท่าความรู้เบื้องต้นสำหรับการแชร์ INTERNET ให้กับเครื่องเครือข่าย ในระบบ Microsof Windows XP ทุกเวอร์ชั่น





ขอขอบพระคุณ  FeAR / Com-th.net
วันที่ : 1  กรกฎาคม พ.ศ 2556

3G คืออะไร...





G ย่อมาจาก Generation ค่ะ
1G - ระบบ Analog
2G - ระบบ Digital
3G - ระบบ Wireless
 
ก่อนที่จะเป็น 3G นั้น เทคโนโลยีได้มีพัฒนาเรื่อยมา ...
 
1G
        เริ่มตั้งแต่ 1G ... ซึ่งเป็นยุคที่ใช้ระบบ Analog คือใช้สัญญาณวิทยุในการส่งคลื่นเสียง โดยไม่รองรับการส่งผ่านข้อมูลใดๆทั้งสิ้น ซึ่งนั่นก็หมายความว่าสามารถใช้งานทางด้าน Voice ได้อย่างเดียวค่ะ ... คือ โทรออก-รับสาย เท่านั้น ไม่มีการรองรับการใช้งานด้าน Data ใดๆ ทั้งสิ้น .. แม้แต่การรับ-ส่ง SMS ก็ยังทำไม่ได้ในยุค 1G ค่ะ

        แต่จริงๆแล้ว ... ในยุคนั้น ผู้บริโภคก็ยังไม่มีความต้องการในการใช้งานอื่นๆ นอกจากเสียง (Voice) อยู่แล้วค่ะ โดยปริมาณผู้ใช้โทรศัพท์มือถือยังอยู่ในขอบเขตที่จำกัดมาก และจะพบว่าผู้ใช้มักจะเป็นนักธุรกิจที่มีรายได้สูงเสียส่วนใหญ่
 
2G
        หลังจากนั้น ก็ได้พัฒนาต่อมาเป็นยุค 2G ค่ะ ... ซึ่งเปลี่ยนจากการส่งคลื่นทางคลื่นวิทยุแบบ Analog มาเป็นการเข้ารหัส Digital ส่งทางคลื่น Microwave ซึ่งในยุคนี้เอง เป็นยุคที่เริ่มทำให้เราเริ่มที่จะสามารถใช้งานทางด้าน Data ได้ นอกเหนือจากการใช้งาน Voice เพียงอย่างเดียว

        ในยุค 2G นี้ ... เราสามารถ รับ-ส่งข้อมูลต่างๆและติดต่อเชื่อมโยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดการกำหนดเส้นทางการเชื่อมกับสถานีฐาน หรือที่เรียกว่า cell site และก่อให้เกิดระบบ GSM (Global System for Mobilization) ซึ่งทำให้เราสามารถถือโทรศัพท์เครื่องเดียวไปใช้ได้เกือบทั่วโลก หรือที่เรียกว่า Roaming ค่ะ ยุค 2G นี้ ถือเป็นยุคเริ่มต้นแห่งการเฟื่องฟูของโทรศัพท์มือถือเลยค่ะ ... ราคาของโทรศัพท์มือถือเริ่มต่ำลง (กว่ายุค 1G) ทำให้ปริมาณผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีมากขึ้น ซึ่งการส่งข้อมูลของยุค 2G นี้ เป็นยุคที่มีการเริ่มฮิต Download Ringtone , Wallpaper , Graphic ต่างๆ แต่ก็จะจำกัดอยู่ที่การ Downlaod Ringtone แบบ Monotone และ ภาพ Graphic ต่างๆก็เป็นเพียงแค่ภาพขาว-ดำที่มีความละเอียดต่ำเท่านั้นค่ะ
 
2.5G
        หลังจากนั้น ก็เป็นยุคก้ำกึ่งระหว่าง 2G และ 3G ... ซึ่งก็คือ 2.5G ค่ะ ซึ่ง 2.5G นี้ เป็นยุคที่กำเนิดเทคโนโลยี GPRS (General Packet Radio Service) นั่นเอง ซึ่งตามหลักการแล้ว ... เทคโนโลยี GPRS นี้สามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 115 Kbps เลยทีเดียว แต่เอาเข้าจริงๆ ความเร็วของ GPRS จะถูกจำกัดให้อยู่ที่ประมาณ 40 kbps เท่านั้นค่ะ
 
2.75G
        เพิ่มนิดนึงค่ะ ... ก่อนจะมาถึงยุค 3G เราก็ยังมี 2.75G ด้วยนะค๊ะ ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการใช้เทคโนโลยี EDGE (Enhanced Data rates for Global Evolution) นั่นเองค่ะ EDGE นั้นถือเป็นเทคโนโลยีต่อยอดของ GPRS และถูกเรียกกันว่าเทคโนโลยียุค 2.75 G (อย่างไม่เป็นทางการ) ลักษณะการทำงานของ EDGE นั้นจะเป็นการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพความเร็วจากพื้นฐานของ GPRS ให้มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลได้สูงขึ้นค่ะ

**แต่ว่า ยุค 2.75G ของ EDGE นั้น ไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการนะค๊ะ เพียงแค่ยกขึ้นมาเปรียบเทียบช่วงคาบเกี่ยวระหว่างยุค 2.5G และ 3G เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นอ่ะค่ะ**
 
3G
ต่อมา ... ก็ได้พัฒนามาเป็นระบบ 3G หรือ Third Generation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 จุดเด่นที่สุดของ 3G นั้น ... เป็นเรื่องของความเร็วในการเชื่อมต่อและการรับ-ส่งข้อมูล โดยเน้นการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง ทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลต่างๆ รวดเร็วมากขึ้น พร้อมทั้งสามารถใช้ บริการ Multimedia ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ มีประสิทธิภาพแบบมากยิ่งขึ้น เช่น การรับ-ส่ง File ที่มีขนาดใหญ่ , การใช้บริการ Video/Call Conference , Download เพลง , ดู TV Streaming ต่างๆ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบเทคโนโลยี 2G กับ 3G แล้ว ... 3G มีช่องสัญญาณความถี่ และ ความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่าเยอะเลยค่ะ

คุณสมบัติหลักที่เด่นๆ อีกอย่างหนึ่งของระบบ 3G ก็คือ Always On ... คือ มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดโทรศัพท์ด้วยค่ะ
 

ประวัติและที่มาของ iOS

     iOS (ก่อนหน้าiPhone OS ) เป็นระบบปฏิบัติการมือถือที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดยบริษัท Apple Incออกจำหน่ายในปี 2007 สำหรับiPhoneและiPod Touch ของมันได้รับการขยายเพื่อรองรับอุปกรณ์ที่แอปเปิ้ลอื่น ๆ เช่นiPadและโทรทัศน์แอปเปิ้ล
    ซึ่งแตกต่างจากไมโครซอฟท์ 's Windows CE (Windows โทรศัพท์ ) และGoogle 's Android , แอปเปิ้ลไม่ได้ใบอนุญาตสำหรับการติดตั้ง iOS บนฮาร์ดแวร์ที่ไม่ใช่แอปเปิ้ล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2012 , แอปเปิ้ลที่ App Storeมีมากกว่า 650,000 โปรแกรม iOS ซึ่งได้รับการเรียกรวมดาวน์โหลดมากกว่า 30 ล้านครั้ง มันมีส่วนแบ่ง 16% จากมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการหน่วยที่ขายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2010 หลังทั้งสองของ Google 's AndroidและNokia 's Symbian ในเดือนพฤษภาคม 2010 ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็คิดเป็น 59% ของการใช้โทรศัพท์มือถือบนเว็บของข้อมูล(รวมถึงการใช้ทั้งบนไอพอดทัชและไอแพด )
     ส่วนติดต่อผู้ใช้ของ iOS ขึ้นอยู่กับแนวคิดของการจัดการตรงโดยใช้ท่าทางสัมผัสหลาย . องค์ประกอบการควบคุมการเชื่อมต่อประกอบด้วยเลื่อนสวิตช์และปุ่ม เพื่อตอบสนองผู้ใช้ป้อนเป็นได้ทันทีและให้อินเตอร์เฟซของเหลว ปฏิสัมพันธ์กับระบบปฏิบัติการรวมถึงท่าทางเช่นรูด , แตะ , หยิกและหยิกย้อนกลับซึ่งทั้งหมดนี้มีความหมายเฉพาะในบริบทของระบบปฏิบัติการ iOS และอินเตอร์เฟซแบบมัลติทัชของมัน ภายในaccelerometersถูกนำมาใช้โดยการใช้งานบางอย่างเพื่อตอบสนองต่อการสั่นของอุปกรณ์ (หนึ่งผลเหมือนกันคือคำสั่ง undo) หรือหมุนมันในสามมิติ (หนึ่งผลร่วมกันคือการเปลี่ยนจากแนวตั้งเป็นโหมดแนวนอน)
iOS มาจากOS Xกับที่มันหุ้นดาร์วินรากฐานและดังนั้นจึงเป็นUnixระบบปฏิบัติการ
      ใน Ios, มีสี่เป็นชั้น abstractionหลักของระบบปฏิบัติการชั้น: Core Servicesชั้นชั้น Media, และโกโก้ Touchชั้น รุ่นปัจจุบันของระบบปฏิบัติการ (IOS 5.1.1) อุทิศ 1-1.5 GB ของหน่วยความจำแฟลชของอุปกรณ์สำหรับพาร์ติชันระบบที่ใช้ประมาณ 800 MB ของพาร์ติชันที่ (ที่แตกต่างกันไปตามรุ่น) สำหรับ iOS ตัวเอง




บริษัท  /พัฒนาแอปเปิ้ลอิงค์
โปรแกรมในC , C + + , -C
ครอบครัว OSOS X , Unix
การทำงานของรัฐปัจจุบัน
รูปแบบที่มาปิดด้วยองค์ประกอบที่มาเปิด
เริ่มต้นปล่อย29 มิถุนายน 2007
ล่าสุดปล่อยมา
iPhone (3GS และต่อมา)
iPod Touch (3G และต่อมา)
iPad (ทุกรุ่น)
5.1.1 (Build 9B206)   (7 พฤษภาคม 2012 2 เดือนที่ผ่านมา )
แอปเปิ้ลทีวี (2G และในภายหลัง)
5.1.1 (Build 9B830)   (5 มิถุนายน 2012 ; 43 วันที่ผ่านมา ) [± ]
ปล่อยไม่เสถียรล่าสุด
iPhone (3GS และต่อมา)
ไอพอดทัช (4G และต่อมา)
iPad (2G และต่อมา)
Apple TV (2G และต่อมา)
6.0 Beta 3 (Build 10A5355d)  (16 กรกฎาคม 2012 2 วันที่ผ่านมา )[ ± ]
ที่มีจำหน่ายภาษา(s)34 ภาษา
แพลตฟอร์มที่สนับสนุนARM ( iPhone , iPod Touch ของ , iPadและ 2 Gen. และสูงกว่าแอปเปิ้ลทีวี ), แอปเปิ้ล A4 ,A5 แอปเปิ้ล , แอปเปิ้ล A5X
Kernelประเภทไฮบริด ( XNU )
เริ่มต้นส่วนติดต่อผู้ใช้โกโก้สัมผัส ( มัลติทัช , GUI )
การอนุญาตกรรมสิทธิ์ EULAยกเว้นสำหรับส่วนประกอบโอเพนซอร์ส
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการwww.apple.com/ios/


      ระบบปฏิบัติการได้เปิดตัวกับiPhoneที่Macworld Conference & Expo , 9 มกราคม 2007 และเปิดตัวในเดือนมิถุนายนของปีที่ในตอนแรกแอปเปิ้ลวรรณกรรมการตลาดไม่ได้ระบุชื่อแยกต่างหากสำหรับระบบปฏิบัติการที่ระบุเพียง ที่ "iPhone รัน OS X" ในขั้นต้นการใช้งานของบุคคลที่สามไม่ได้รับการสนับสนุน สตีฟจ็อบส์เป็นที่ถกเถียงกันว่านักพัฒนาสามารถสร้างโปรแกรมประยุกต์บนเว็บว่า "จะทำตัวเหมือนปพลิเคชันบน iPhone พื้นเมือง" ที่ 17 ตุลาคม 2007, แอปเปิ้ลประกาศว่าซอฟท์แว Kit พื้นเมืองพัฒนา (SDK) อยู่ภายใต้การพัฒนาและการที่พวกเขา วางแผนที่จะนำมัน "อยู่ในมือนักพัฒนา 'ในเดือนกุมภาพันธ์" ที่ 6 มีนาคม 2008, แอปเปิ้ลปล่อยออกมาก่อนเบต้าพร้อมกับชื่อใหม่สำหรับระบบปฏิบัติการ: "iPhone OS"


      แอปเปิ้ลได้เปิดตัว iPod touch, ซึ่งมีมากที่สุดของความสามารถที่ไม่ใช่โทรศัพท์ของ iPhone แอปเปิ้ลยังขายได้มากกว่าหนึ่งล้าน iPhones ในช่วงเทศกาลวันหยุด 2007 ที่ 27 มกราคม 2010, แอปเปิ้ลประกาศ iPad, featuring หน้าจอขนาดใหญ่กว่า iPhone และ iPod touch และได้รับการออกแบบสำหรับการท่องเว็บการบริโภคสื่อและการอ่านiBooks .
ในเดือนมิถุนายน 2010, OS iPhone ของ Apple แบรนเป็น "iOS" เครื่องหมายการค้า "IOS" ได้ถูกใช้โดยซิสโก้มานานกว่าทศวรรษสำหรับระบบปฏิบัติการของIOSที่ใช้ในเราเตอร์ของมัน เพื่อหลีกเลี่ยงการใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นคดี, แอปเปิ้ลได้รับใบอนุญาต "IOS" เครื่องหมายการค้าจากซิสโก้

ประวัติรุ่น



แอปเปิ้ลได้รับใบอนุญาตเครื่องหมายการค้าสำหรับ "iOS" จากซิสโก้ซิสเต็มส์ (ซึ่งเป็นเจ้าของIOS ), บริษัท เดียวกันกับที่แอปเปิ้ลได้ตัดสินข้อพิพาทก่อนหน้านี้มากกว่า "iPhone" เครื่องหมายการค้า

Apple เปิดตัว iOS 4 เมื่อ June 21, 2010, สามวันก่อนiPhone 4 , ในความพยายามที่จะลดความเครียดในเซิร์ฟเวอร์ของ Apple 

iOS 4 คือรุ่นแรกของ OS ที่จะอัพเกรดฟรีใน iPod touch; แอปเปิ้ลได้ค่าบริการ 4.99 $ สำหรับการอัพเกรดก่อนหน้านี้ แอปเปิ้ลก่อนหน้านี้ประกาศว่าผู้ใช้ iPad กับซอฟต์แวร์ 3.x จะได้รับการอัพเกรดฟรีเพื่อไปปล่อย (4.x) ที่สำคัญ

iOS 4.0.1 รวมการแก้ไขเพื่อให้การรับสัญญาณบ่งชี้ที่มีความแข็งแรง (s) มันถูกปล่อยออกที่กรกฎาคม 15, 2010, แอปเปิ้ลวันก่อนที่จะเป็นเจ้าภาพจัดงานแถลงข่าวเพื่อหารือเกี่ยวกับการตอบสนองในการเผยแพร่อย่างกว้างขวางปัญหาเสาอากาศ iPhone แอปเปิ้ลยังปล่อย iOS 3.2.1 สำหรับiPadซึ่งเอ็นดูแท็บเล็ตของ Wi-Fi เชื่อมต่อการเล่นวิดีโอและสำเนาและวางสำหรับสิ่งที่แนบไฟล์ PDF ท่ามกลางการปรับปรุงอื่น ๆ

iOS 4.1 สำหรับiPhoneและ iPod touch ได้รับการปล่อยตัวเมื่อ 8 กันยายน 2010; การปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องบางอย่างที่รายงานโดยผู้ใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นและเพิ่มคุณสมบัติใหม่หลายประการ:
  • ศูนย์เกมซึ่งช่วยให้นักเล่นเกมที่จะเล่นหลายเกมออนไลน์, อัปโหลดคะแนนสูงและความสำเร็จปลดล็อค (แต่แอปเปิ้ลออกมาจากศูนย์เกม3G iPhoneเพราะจากรายงานผลการดำเนินงานช้า)
  • ความสามารถในการสลับการตรวจการสะกดและปิด
  • การถ่ายภาพ HDR (4 iPhone และ 4S เท่านั้น)
  • ปิงซึ่งเป็นเครือข่ายทางสังคมดนตรีและการค้นพบเครื่องมือ

iOS 4.1 การอัปเดตการตั้งค่าของผู้ให้บริการซึ่ง (ในเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกาว่าAT & T 8.0 เท่านั้น) ในเวลาเดียวกัน, ทีวีเช่ากลายเป็นโชว์ที่มีอยู่บนiTunes Store สหรัฐ .

iOS 4.2 ก็ไม่เคยปล่อยออกมา แต่แทนที่จะ iOS 4.2.1 ได้รับการปล่อยตัวเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2010 มันเข้ากันได้เพิ่ม iPad นอกจากนี้บน iOS 4.2.5 ได้เปิดตัวเป็นรุ่นสาธิตสำหรับCDMAรุ่นของiPhone 4 . นี้ iPhone 4 ตัวแปรได้รับการปล่อยตัวสำหรับVerizon Wirelessลูกค้าในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2011 แต่ก่อนการสั่งซื้อพร้อมใช้งานสำหรับลูกค้าที่มีคุณภาพ Verizon Wireless 3 กุมภาพันธ์ รุ่นออกมาพร้อมกับโทรศัพท์, 4.2.6, มีการเปลี่ยนแปลง UI บางเล็กน้อยเฉพาะสำหรับรุ่นของโทรศัพท์ CDMA ได้แก่ "จุดที่มีสัญญาณส่วนบุคคล" สวิทช์ในการตั้งค่า app บริการซึ่งจะต้องมีการเปิดใช้งานโดยผู้ให้บริการเพื่อให้ คุณลักษณะที่จะใช้งาน นี้กลายเป็นที่ใช้ได้สำหรับการซื้อจาก Verizon เป็นแผนแยกกันตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นไปได้ในมาร์ทโฟนอื่น ๆ

iOS 4.3 ถูกปล่อยออกมาให้ประชาชนวันที่ 9 มีนาคม, 2011, สองวันก่อน2 iPadที่มีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากคุณสมบัติก่อนหน้านี้ปล่อยสาธารณะของ iOS 4.3 รวมคุณสมบัติใหม่ ๆ เช่น Nitro JavaScript เครื่องยนต์ในSafariทำให้ Safari ทำงานได้ถึงสองครั้งที่รวดเร็วเป็นไปตามแอปเปิ้ล Sharing แรก iTunes ยังได้รับการแก้ไขที่สำคัญใน iOS 4.3; มันช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อไปยังบ้านของพวกเขาWi-Fiเครือข่ายและสตรีมเนื้อหาจากอุปกรณ์ iOS กับลำโพงทีวีและอุปกรณ์อื่น ๆ หรือในทางกลับกันจุดที่มีสัญญาณส่วนบุคคลสำหรับ iPhone 4 มีคุณลักษณะใหม่ที่เป็น iPhone GSM (ออกก่อนหน้านี้ กับ iPhone Verizon CDMA) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างบริการ Wi-Fiเครือข่ายกับ iPhone 4 และจัดให้มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ถึงห้าอุปกรณ์อื่น ๆ ในVerizon Wireless , สามเมื่อAT & T นอกจากนี้ด้านข้าง ปุ่มบน iPad ขณะนี้ปรับแต่งได้ที่มีผู้ใช้สามารถที่จะใช้อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเสียงระบบปิดหรือเป็นล็อคการหมุนหน้าจอ iOS 4.3 ไม่ได้ถูกปล่อยออกมาสำหรับ iPhones CDMA ซึ่งอยู่บน 4.2.x รุ่นจนกว่าพวกเขาจะได้ปรับปรุง เพื่อ iOS 5 กับส่วนที่เหลือของสาย iOS เมื่อ 12 ตุลาคม 2011

iOS 5.0 และคุณลักษณะของมันถูกประกาศเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่อยู่ WWDC ปราศรัย 2011 การปรับปรุงที่ได้รับการปล่อยตัว 18:00 GMTเมื่อ 12 ตุลาคม 2011 iOS 5 นำiCloudบริการและศูนย์การแจ้งเตือนเช่นเดียวกับการปรับปรุงการปพลิเคชันพื้นเมืองเช่นกล้อง ระบบปฏิบัติการยังมีการใช้งานใหม่เช่น "เตือน" app และ "ที่แผงหนังสือ" บ้านโฟลเดอร์พิเศษของหน้าจอและหมวดหมู่ที่ App Store ที่มีปพลิเคชันหนังสือพิมพ์และนิตยสาร " iMessage"เป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ผู้ใช้ iPod touch, iPhone และ iPad ในการสื่อสารมากเช่นบริการแชทที่ใช้เฉพาะระหว่างอุปกรณ์เหล่านี้ คุณลักษณะ iMessage ได้รับการผนวกเข้ากับ "ข้อความ" แอพลิเคชันบน iPhone การประยุกต์ใช้ iPod บน iPhone และ iPad ได้รับตอนนี้แยกออกเป็นดนตรีและการประยุกต์ใช้วิดีโอเช่นเดียวกับที่มันได้เคยใน iPod touch เกี่ยวกับiPhone 4Sเสมือนผู้ช่วยที่ชื่อสิริถูกบันทึก สิริช่วยให้ผู้ใช้เพื่อพูดคุยกับ iPhone ของพวกเขา 4S และดำเนินการต่างๆให้ส่งข้อความให้สร้างการแจ้งเตือนและทำการค้นหาทางอินเทอร์เน็ต ระบบปฏิบัติการใหม่นี้ยังมีการรวม Twitter อุปกรณ์ทั้งหมดในขณะนี้สามารถติดตั้งโดยไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ เกือบทุกระบบปพลิเคชันที่ถูกปรับปรุงด้วยคุณสมบัติใหม่หรืออินเตอร์เฟซที่ออกแบบใหม่ นอกจากนี้ยังเพิ่มการรักษาความปลอดภัยที่ปรับปรุงและแก้ไขข้อผิดพลาด ตามที่แอปเปิ้ล, OS ใหม่มีมากกว่า 200 คุณสมบัติใหม่

iOS 5.0.1 ได้รับการปล่อยตัวในพฤศจิกายน 2011 การปรับปรุงนี้รวมแล้วจำนวนของการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆและปรับปรุงความปลอดภัยการปรับปรุงยังแก้ปัญหาแบตเตอรี่กับอุปกรณ์ใหม่และข้อผิดพลาดกับiCloudบริการและ รวมมีการแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ อื่น ๆ และบางวิธีการใหม่สำหรับนักพัฒนา

iOS 5.1 มีการประกาศไปพร้อมกับiPadและApple TV (รุ่น 3) ในช่วงเหตุการณ์กดพิเศษที่ Yerba Buena ศูนย์ศิลปะในซานฟรานซิสโกเมื่อ 7 มีนาคม 2012 ไม่มากจากเหตุการณ์ที่ได้ทุ่มเทเพื่อซอฟแวร์ใหม่ ปล่อยและจะถูกมองโดยทั่วไปเป็นรุ่นที่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดต่อมาในวันนั้นผู้ใช้ iOS อุปกรณ์ก็สามารถที่จะอัพเกรดระบบปฏิบัติการใหม่คุณสมบัติใหม่รวมถึงการสนับสนุนสิริในภาษาญี่ปุ่นเช่นเดียวกับ ความสามารถในการลบภาพถ่ายจากภาพ Streamเมื่ออุปกรณ์ iOS  iPad ยังได้รับแอพพลิเคกล้องที่ออกแบบใหม่แบบ over-the-air จำกัด การดาวน์โหลด 3G จาก App Store เพิ่มขึ้นจาก 20 MB ถึง 50 MB 

iOS 5.1.1 ได้เปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิของ 2012การปรับปรุงนี้รวมจำนวนของการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆและปรับปรุงความปลอดภัยมันเป็นรุ่นสุดท้ายที่จะสนับสนุนการเดิมiPadและรุ่นที่ 3 iPod Touch ของ . 

iOS 6 ได้ประกาศเมื่อ 11 มิถุนายน 2012 ณ ของ Apple WWDC เหตุการณ์ปราศรัย 2012 มีอยู่มากกว่า 200 คุณสมบัติใหม่ใน iOS 6 ได้แก่ :
  • หน้าซอฟท์แวทำแผนที่แอปเปิ้ลใหม่ ( TomTomมากกว่าGoogle Maps ) เปิดโดยเปิดนำร่องการจราจรและสะพานลอย
  • สิริสนับสนุนiPad Generation, 3 กีฬาภาพยนตร์และร้านอาหาร
  • ของ Facebookบูรณาการ (คล้ายกับTwitterบูรณาการใน iOS 5) โพสต์โดยตรงไปยังFacebook , รายชื่อ, ปฏิทิน Apps และชอบและเพลง
  • ที่ใช้ร่วมกันภาพ Stream
  • สมุดบัญชีเงินฝาก
  • FaceTimeมากกว่าโทรศัพท์มือถือ
  • สิ่งอำนวยความสะดวก App โทรศัพท์ใหม่
  • การเปลี่ยนแปลงใน App จดหมาย
  • iCloud แท็บใน Safari
  • สิ่งอำนวยความสะดวก Accessablity ใหม่
  • ร้านค้า Remodeled (iTunes, App Store และ iBooks)
  • คุณลักษณะใหม่สำหรับประเทศจีน
อินเตอร์เฟซใหม่นี้เป็นเพราะจะเปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงของ 2012

ขอขอบคุณ :  
วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555